みんなさん ごきげんよ
 
ขอบคุณที่เป็นห่วงกันนะเพื่อนๆทุกคน เดือนนี้ไม่ได้ไปไหนหรือมีเหตุการณ์น่าจดจำอะไรที่น่าตื่นเต้นจนอยากเล่าให้ใครฟัง เลยไม่ได้อัพบล๊อกเลยทั้งเดือน ขอโทษเพื่อนๆที่ติดตามอ่านบล๊อกทุกๆคนนะ
 
เนื้อหาใน Entry นี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของฉันนะ เพราะจะหาข้อพิสูจน์จริงจังฉันก็ยังคิดวิธีทดลองที่ดีพอจะตอบข้อสงสัยของทุกๆคนไม่ได้
 
เรื่องที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้มีที่มาจากที่เมื่อประมาณกลางเดือน ฉันคุยกับคุณพ่อของฉันในหัวข้อเรื่อง "คนที่เก่งด้านภาษาน่าจะมีความสามารถบางอย่างที่ดีกว่าคนที่ไม่เก่งภาษา" คือฉันได้ยินเพื่อนคนนึงเคยเล่าเมื่อนานมาแล้ว เพื่อนคนนั้นอวดว่าแฟนเขาเก่ง ฟังเพลงภาษาต่างประเทศที่ไม่รู้จักแล้วสามารถร้องตามได้โดยที่ไม่รู้ความหมายของภาษานั้น(คือไม่ได้เรียนภาษานั้นมาก่อน) ฉันก็รู้จักแฟนเพื่อนคนที่เขาคุยอวดนะ เขาเป็นคนที่เก่งภาษาทีเดียว สอบวิชาภาษาอังกฤษเขาก็จะทำข้อสอบได้คะแนนดี
 
จากที่เขาคุยอวด ฉันมาลองนึกๆดูแล้วก็สงสัยว่า คนที่เก่งภาษาเนี่ย จะมีความสามารถฟังแล้วจับจุดสำคัญของเสียงหรือรูปร่างของเสียงแล้วจดจำรูปร่างของเสียงได้รวดเร็วกว่าคนที่ไม่เก่งภาษารึเปล่า? แฟนเพื่อนคนนั้นเลยสามารถร้องเพลงภาษาต่างประเทศที่เขาไม่รู้จักออกมาได้ (ก็คงไม่ได้ร้องถูกเป๊ะๆหรอกนะ แต่น่าจะทำให้คนฟังทึ่งได้แหละ แล้วเขาก็คงไม่ได้ฟังครังเดียวแล้วร้องตามได้เลยหรอก) ฉันก็เลยลองคุยเรื่องนี้กับคุณพ่อ (คือ ในสายตาของฉันนะ ฉันว่าคุณพ่อของฉันเป็นคนที่เก่งด้านภาษาทีเดียวแหละ) แล้วก็อยากลองทดสอบดูว่าสมมติฐานของฉันจะพอใช้ได้ไหม ก็เลยลองให้คุณพ่อฟังเพลงภาษาที่คุณพ่อไม่รู้จัก พอฟังแล้วก็จะได้ Disscuss กันอีกที
 
เพลงที่ให้คุณพ่อฟังเป็นเพลงที่ร้องภาษา Espanol หรือภาษาสเปนนั่นแหละ ชื่อเพลง Escuela de calor ( School of colour ในภาษาอังกฤษ) วงดนตรีที่ร้องเพลงนี้ชื่อวง Radio Futura เพลงนี้ฉันรู้จักมาก่อนจากเกมส์ Guitar Hero Worldtour เพราะติดใจว่าเพลงนี้ทั้งดนตรีแล้วก็เสียงร้องฟังแล้วสนุกดี ก็เลยไปหา Music Video ของเพลงนี้ในเว็บไซต์ Youtube แล้วก็ได้เจอ MV ของเพลงนี้
 
 
ชื่อเพลง : Escuela de calor
 
ผู้แต่ง/ผู้ร้อง : Radio Futura
 
จาก http://www.youtube.com/watch?v=GYuwLyD2qJ4
 
ผลการทดลองทำให้ฉันแปลกใจ คือหัวข้อเก่ายังไม่ได้สรุป แต่ได้ความสงสัยใหม่มาแทน
 
ฉันไม่ได้ให้คุณพ่อฟังเพลงนี้จาก MV แต่ฉันมีไฟล์เพลงนี้อยู่ แล้วเปิดแต่เสียงเพลงให้คุณพ่อฟัง
 
คุณพ่อฟังเพลงนี้จบแล้วบอกว่า "เพลงทำนองสนุกก็จริง นักร้องร้องได้สนุกก็จริง แต่นักร้องที่ร้องเพลงนี้เป็นคนใจคอโหดร้าย"
 
คือหลังจากที่ฉันดู MV ของเพลงนี้ครั้งแรก ฉันก็คิดว่า คนทำ MV เพลงนี้จิตใจไม่ดีเลยนะ ฉันเล่าให้ฟังเลยก็แล้วกัน เผื่อว่าเพื่อนคนไหนเน็ตช้า เน็ตแอร์การ์ด โหลด youtube ทีคลิปละครึ่งชั่วโมงแบบฉันนี่จะได้ไม่ต้องมานั่งโหลดให้เสียเวลา
MV เพลงนี้แสดงถึงผับแห่งหนึ่ง ที่พวกบาร์เทนเดอร์ บริกรในผับมีความสุขที่จะเล่นกันเองเสียมากกว่า แล้วก็ดูเหมือนว่าผับแห่งนี้จะเป็นซ่องโจรเสียมากกว่าจะเป็นร้านที่เปิดขึ้นมาเป็นสถานบันเทิง ขณะที่บริกร(คงจะเป็นโจรละมั๊ง Foot in mouth)กำลังเต้นเล่นกันอยู่ในผับ ก็มีผู้หญิงสาวสองคนเดินเข้ามาสั่งเครื่องดื่ม บริกรก็ดูท่าทางไม่พอใจที่มีลูกค้ามาขัดตอนกำลังเล่นกัน แล้วบริกรก็พยักเพยิดอะไรกันสักอย่าง บาร์เทนเดอร์ก็ชงเหล้าให้ลูกค้าผู้หญิงสาวสองคนนั้น บริกรที่ยกเหล้าไปเสริฟก็แอบใส่ยาซึมลงไปในแก้วเหล้า แล้วก็ยกไปเสริฟหญิงสาว หญิงสาวดื่มเหล้าเข้าไปสักพัก คนหนึ่งก็หลับไปเพราะฤทธิยา อีกคนหนึ่งก็เมายาเดินโงนเงนไปเข้าห้องน้ำ บาร์เทนเดอร์ก็ชักปืนพกออกจากลิ้นชักโต๊ะแล้วตามเข้าไปจี้ตัวออกมาจากห้องน้ำ แล้วพนักงานในร้านก็เข้ามาช่วยกันมัดหญิงสาวสองคนนั้น แล้วก็ปั๊มตราลงบนขาของหญิงสาว ตราเขียนว่า "Escuela de calor" แล้วก็จับหญิงสาวสองคนนั้นขึ้นไปบนรถตู้ทีวิ่งมารับ ก็คล้ายๆจับคนไปขาย อะไรทำนองนี้ แล้วพนักงานร้านนั้นพอทำชั่วสำเร็จแล้วก็มีความสุข จับเครืองดนตรีมาเล่นกันสนุกสนาน
แล้วฉันก็รู้ต่อมา ว่านักแสดงใน MV ที่แสดงเป็นพนักงานโจรในผับนั่นเป็นนักร้องวง Radio Futura นั่นแหละ หน้าตาเป็นยังไงก็ดูใน MV เองละกัน Foot in mouth
 
คือเนื้อหาใน MV มันก็แดงความชั่วร้ายในจิตใจคนทำอยู่แล้วอะนะ พอคุณพ่อทักหลังฟังเพลงจบแล้วก็เลยแปลกใจว่าทำไมถึงรู้ได้ทั้งๆที่คุณพ่อเองก็ไม่ได้รู้จักวง Radio Futura มาก่อน ไม่ได้ดู MV นี้มาก่อน
 
แสดงว่า น้ำเสียงของคนเนี่ย สามารถบ่งบอกถึงนิสัยใจคอของเจ้าของเสียงได้สินะว่าเป็นคนแบบไหน ถึงจะทำเสียงร่าเริง หรือเสียงเศร้าสร้อยน่าสงสารยังไงก็ซ่อนตัวตนที่แท้จริงไม่ได้สินะ Smile
 
ใครมีความคิดว่ายังไงก็ช่วยเล่าทิ้งไว้ให้อ่านกันบ้างนะ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
ไอ้ท่านอาจารย์ของฉันเล่าให้ฉันฟังว่า พวกนักดนตรีที่เล่นดนตรีเก่งในระดับนึงแล้ว จับเครื่องดนตรีชิ้นไหน(คือต้องเป็นประเภทเดียวกันนะ อย่างจะกีต้าร์ไฟฟ้าก็กีต้าร์ไฟฟ้า เบสไฟฟ้าก็เบสไฟฟ้านะ แค่ต่างยี่ห้อต่างรุ่น ไม่ใช่กีต้าร์กะสเตจ คีย์บอร์ด หรือเบสไฟฟ้ากะไวโอลินไฟฟ้า)พอเล่นออกมาเสียงก็จะคล้ายๆกันไปหมด ฟังออกยากว่ากำลังเล่นเครื่องดนตรีแพงหรือเครื่องดนตรีถูก คงเพราะปรับเสียงให้เป็นแบบที่ตัวเองฟังแล้วชอบ ก็เลยปรับเสียงออกมาแล้วได้คุณภาพเสียงใกล้เคียงกันไปหมด
 
งั้น...
 
ระหว่างนี่
 
 
กับนี่
 
 
ฉันฟังแล้วรู้สึกว่าคุณภาพเสียงมันคล้ายๆกันนะ หรือฉันชอบเสียงแบบนี้ เวลามิกซ์ก็เลยปรับให้เป็นเสียงแบบที่ตัวเองชอบ พอเอามาฟังเทียบกันทีหลังก็เลยรู้สึกว่ามันคล้ายๆกันนะ Kiss
(เพลงแรกฉันใช้ Vocaloid Megpoid(Megumi Nakashima) เพลงหลังฉันร้องเอง)
 
では また会いましょう

edit @ 25 May 2011 23:56:20 by Tarurotte'

Comment

Comment:

Tweet

ผมว่ามันมีคนที่สามารถทำนายนิสัยคนจากเสียงได้อยู่เหมือนกันนะครับ อารมณ์คล้าย ๆ โหงวเฮ้งนั่นแหละครับ ถ้าดูนิสัยคนจากใบหน้าทำไมจะมีคนทำนายคนจากเสียงไม่ได้ล่ะครับ

แต่เรื่องที่พ่อของท่านว่ามาผมก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่าแฮะ แต่ก็น่าสนใจดีครับ จริงก็มีวิธีทดลองอยู่นะครับ ลองอัดเสียงเพื่อนของท่านที่ท่านคิดว่ารู้จักนิสัยเขาดีแล้วไปให้พ่อของท่านลองฟังดู น่าจะพอตอบคำถามนี้ได้นะครับ

#3 By เตวิรัน(kairyuramon) on 2011-12-03 13:31

อาจจะดราม่าก็ได้นะครับ ผมดันมองต่างออกไปนิดหน่อย open-mounthed smile

เรื่องน้ำเสียงนี่ ที่จะบ่งบอกนิสัยนี่ผมว่าแยกไม่ค่อยออกหรอกครับ wink แต่ที่คุณพ่อท่านสามารถบอกได้ว่า อีตานักร้องคนนั้นใจคอโหดร้าย คงต้องมององค์ประกอบอย่างอื่นไปด้วย เช่น แนวเพลงที่เล่น เนื้อเพลง ความหมาย ส่วน น้ำเสียงผมก็ว่ามีส่วนเหมือนกัน แต่ต้องมี 3 อย่างข้างต้นมาด้วยนะครับ ผมถึงจะพอแยกออก sad smile ง่ายๆ เหมือนเพลงใต้ดินบ้านเราไงครับ (ที่ร้องด้วยภาษาหยาบคายตั้งแต่บ้านๆ ธรรมดาๆ ยัน กักขฬะ)

ส่วนเรื่องคนเก่งภาษาหลายๆ ภาษา ส่วนนึงอาจจะต้องมีความชอบเป็นส่วนนึงด้วยครับ confused smile

#2 By พ่อน้องพีม on 2011-05-27 01:25

Hot! Hot! Hot! Hot!

ชอบการสรุปในประเด็นแรกเหลือเกินครับ..

'ผลการทดลองทำให้ฉันแปลกใจ คือหัวข้อเก่ายังไม่ได้สรุป แต่ได้ความสงสัยใหม่มาแทน!!!'

^^

เห็นด้วยนะครับ..

ในน้ำเสียงของคนเรานั้น..

มีบางอย่างที่มิอาจหลบซ้อนไว้แอบแฝงอยู่.



big smile big smile big smile big smile