Netherland ISO Meeting June 2015

posted on 05 May 2016 00:44 by tarurotte in Diary directory Travel

皆さん こんにちは。

ในที่สุดก็หาโปรแกรมแต่งรูปถ่ายมาใช้ได้ เลยจะเอารูปที่เก็บเอาไว้มาให้ดูกันตามสัญญา

เนื่องจากมันดองเอาไว้เกือบปีได้ ฉันเองก็จำรายละเอียดยิบย่อยบางอย่างไม่ได้ จะค่อยๆเล่าไปก็แล้วกัน แล้วก็ เอนทรี่นี้อาจ edit เรื่อยๆนะ เพราะไม่ได้อัพเอ็กซ์ทีนมานานมาก เริ่มจะใช้บล๊อกไม่เป็น เลยต้อง Publish ทดสอบดูเป็นระยะๆ ถ้าใครเข้ามาแล้ว แวะมาดูอีกนะ เพราะเนื้อหาจะอัพเพิ่มเรื่อยๆจนจบช่วงแรก แล้วจะขึ้นเอนทรี่ต่อไป

 เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว (2558/2015) ฉันก็ได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศกับเขามั่งซะที หลังจากอยู่แต่ในประเทศไทยมา 17 ปีได้ (ไม่ใช่ว่าไม่เคยออกไปไหนเลยนะ เคยไปญี่ปุ่นครั้งนึง นานมากแล้ว) เครื่องบินออกเวลาตีสองกว่าๆ มีคนแนะนำว่าให้ไปถึงสนามบินก่อนเวลาเครื่องบินออกอย่างน้อยสองชั่วโมง ฉันเลยไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่สามทุ่ม นี่นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิ เข้ามาถึงอาคารผู้โดยสารชั้นขาออกก็เจอสถูปพระธาตุ (รึเปล่าไม่แน่ใจเหมือนกัน) รู้สึกตอนนี้ก็ยังตั้งอยู่เหมือนเดิมนะ ใครไปใช้บริการสุวรรณภูมิก็น่าจะยังเห็นอยู่

 

สายการบินที่ไปก็ Emirates เพราะไปสนามบินครั้งแรก เลยงงกะชีวิตเล็กน้อยว่ามันต้องทำยังไงมั่ง พอเดินเข้ามาเห็นเคาน์เตอร์ของบินไทยเต็มไปหมด ก็เลยคิดว่า เราไปบินแขก ก็ต้องหาเคาน์เตอร์ของบินแขกสายนี้ก่อน แล้วค่อยไปถามเขาว่าต้องทำยังไง

 

ไปถึงก็ต่อคิวทำตามคนข้างหน้าเขาไปเรื่อย ถึงคิวเราก็หยิบเอกสาร Itinerary ticket ให้เขาดู เขาก็ชั่งกระเป๋า Check in ให้ เออ ง่ายกว่าที่คิดแหะ พอ Check in เสร็จก็รอคณะเดินทางที่จะมาสมทบซักพัก แล้วก็เดินผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออกเข้ามาเดินเล่น duty free ในส่วนอาคารรอเครื่องบิน แล้วก็นั่นแหละ นั่งรอไปจนกว่าจะตีสอง หลับไม่ลงด้วยสิ ตื่นเต้น

 

อาหารมื้อดึกมื้อแรกบนเครื่องบิน จากสุวรรณภูมิ นั่ง Boeing 777 ไปต่อเครื่อง (Transit) ที่ท่าอากาศยานดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 

ท่าอากาศยานดูไบ๊ ดูไบ อีตอนเครื่องลงไม่จอดงวง ให้ผู้โดยสารลงลานจอดแล้วขึ้นรถเข้าอาคารสนามบิน แล้วอาคารสนามบินต้องขึ้นรถไฟไปอีกอาคารนึง รู้สึกว่าสุวรรณภูมิสะดวกโยธินกว่าเป็นกอง

 

สนามบินก็ออกจะกว้างนะ แต่คนเยอะแยะแออัดเหลือเกินน่ะ ทั้งนั่ง ทั้งนอน เต็มสนามบินไปหมด

 

นี่เครื่องบินที่จะนั่งไปอัมสเตอร์ดัม Airbus A380-800 ถ่ายจากอาคารผู้โดยสารสนามบินดูไบ

 

ถ้าจำไม่ผิด มาถึงดูไบหกโมงเช้า ขึ้นเครื่องบินแปดโมง นี่อาหารเช้า อร่อยดีนะ แต่ไม่ค่อยชินรสชาติ cheese เปรี้ยว

 

อาหารกลางวัน ข้าวหมกปลาแซลม่อน (ข้าวหมกป่ะ? เหมือนหุงกะเครื่องเทศ เมล็ดข้าวออกสีส้มๆ)

 

ถึง Schiphol Airport อัมสเตอร์ดัมแล้ว หลังจากนั่งเครื่องบินมาได้สิริรวม 16 ชั่วโมงรวมเวลา transit ทั้งๆที่ไม่ได้นอนนะ แต่มันตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลย มาถึงอัมสเตอร์ดัมเกือบบ่ายสามได้ (อย่าลืมทดเวลานะ เนเธอร์แลนด์ช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง)

 

จาก Schiphol ก็ต้องเดินทางมาที่เมือง Delft คนในคณะถามแท๊กซี่ว่าจากสนามบินไป Delft ไกลไหม แท๊กซี่บอกว่า ไม่ไกล จากสนามบินก็ขับออกถนนใหญ่ ผ่านแยกไป เดนฮากก์ แล้วไปอีกหน่อยเดียวก็ถึงแล้ว ฉันได้ยินก็สงสัย เดนฮากก์ ที่ไหนวะ? ชื่อเท่จริง มารู้ทีหลัง เดนฮากก์ ก็คือ กรุง Hague (เฮก) ที่ตั้งของวังสันติภาพ หรือ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) นี่โรงแรมที่จะมาพัก อยู่หลัง Neuwe kerk (New church เผื่อใครงงภาษาดัตช์ ซึ่งฉันก็งง)

 

นอกจากมีห้องพักเป็นห้องแถวแล้ว ยังทำห้องพักแบบรถพักแรมด้วย

 

 

บ้านเมือง เป็นห้องแถวทั้งเมืองเลย สีเดียวกันหมด ไม่มีตึกสูงเลย โดยเฉพาะในบริเวณภายในกำแพงเมือง

 

ทีแรกฉันก็งงว่าไอ้แท่งสองแท่งกลางถนนนี่มีเอาไว้ใช้ทำอะไร มารู้ทีหลังว่าในเขตเมืองเก่า เขาห้ามรถยนต์เข้าเป็นเวลา แล้วพอถึงเวลาห้ามรถยนต์เข้า ไอ้แท่งนี้ก็จะโผล่ออกมาจากพื้นถนน กั้นถนนเอาไว้

 

มาถึงฝนก็ตกปรอยๆ หนาวว ทีแรกคิดว่าทนไหว แต่ออกมาได้ไม่เท่าไหร่ ใส่เสื้อกันหนาวดีกว่า

 

ร้านชื่อมาลี อาหารไทยเหรอ? คอร์สละ 17.5 ยูโร (682.50 บาท ถ้าคิดอัตราแลกเปลี่ยนที่ 39 บาทต่อ 1 ยูโร) นับว่าแพงไหม?

 

หลังห้องแถวเป็นคลอง แล้วก็มีประตูเปิดออกมา จะเปิดประตุออกมาลงคลองเลยเหรอ? หรือแต่ก่อนพายเรือกัน?

 

 

โบสถ์ Nieuwe kerk(New church) ส่วนข้างล่างเขาซ่อมแซม แต่ข้างบนที่โดนเผาเป็นรอยดำนั่นเขาตั้งใจเก็บไว้ เป็นร่องรอยของความไม่พอใจของประชาชนที่รัฐเอาเงินไปสร้างโบสถ์สวยๆ ใหญ่ๆ ในขณะที่ประชาชนอดอยากปากแห้ง

 

รูปปั้นของผู้พิพากษา Hugo de Groot เป็นนักคิดนักเขียนแนวปรัชญากฎหมาย

 

จัตุรัส Groot markt(Great market) อยู่หน้าศาลาว่าการเมือง วันพุธ พฤหัสบดี เป็นตลาดนัด

 

ศาลาว่าการเมือง Delft เป็นศาลแล้วก็คุกไปด้วยในตัว หอคอยข้างในเป็นคุกยุคกลาง

 

 

 

ร้านชีสแอนด์มอร์ ร้านขายสินค้าเกษตรขึ้นชื่อของเนเธอร์แลนด์ แล้วก็ขายของที่ระลึกด้วย

 

ชีสอันเท่าเขียง ที่เห็นสีส้มๆนั่นเขาห่อขี้ผึ้งไว้ เหมือนชีสเอดัมในห้างสรรพสินค้าที่ห่อขี้ผึ้งสีแดง

 

 

 

 

หอคอยของโบสถ์ Oude kerk(Old church ถ้ามีปัญญากำกับภาษาดัทช์ไว้ได้จะกำกับนะ เผื่อใครที่หลงทางมาอ่านจะได้คุ้นภาษาดัทช์ไว้มั่ง ไม่ต่างจากภาษาอังกฤษนักหรอก) เอน แต่ก็เอนอย่างนี้มานานแล้ว เป็นโบสถ์ใหญ่สองแห่งของ Delft

 

 

 

เสาไฟฟ้ากระเบื้องลายคราม Delftware เป็นกระเบื้องที่ Delft ทำเลียนแบบกระเบื้องลายครามของจีน(ฝรั่งก็ทำของก๊อปเป็นนะ ก๊อปราชานักก๊อปแห่งโลกปัจจุบัน จีนแดง ซะด้วย) ข้อแตกต่างคือ Delft ไม่มีดินขาว เนื้อข้างในของกระเบื้องนี้เป็นดินแดงอิฐ เคลือบสีขาวข้างนอกเอา ต่างจากกระเบื้องลายครามจีนที่ปั้นมาจากดินขาว เนื้อข้างในก็ยังเป็นสีขาว

 

วัง Prinsenhof วังเก่าของราชวงศ์ Orange ของเนเธอร์แลนด์สมัยยังเป็นเจ้าเมือง

 

เนเธอร์แลนด์ต้องมีกังหันลม แต่วันที่มาเขาปิด ปล่อยให้หมุนเฉพาะวันเสาร์

 

edit @ 2 Jul 2017 10:53:46 by Tarurotte\'

Comment

Comment:

Tweet